การจัดกระบวนการเรียนรู้ผ่านเกม

ปัจจุบันผู้ปกครองจำนวนมาก มีปัญหาร่วมกันในการเลี้ยงลูกในสังคมโลกาภิวัฒน์

ในเวลา  24 ชั่วโมง หรือ 1 วัน จำนวน 1 ใน 3 ของเวลาทั้งหมด ใช้ในการเล่าเรียน และอีก 2 ใน 3 ของเวลาว่าง หรือ เวลาพักผ่อนของบุตรหลาน ก็จะง่วนกับการใช้โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องคอมพิวเตอร์จะเป็นแบบตั้งโต๊ะหรือ โน๊ตบุคส์ก็สุดแล้วแต่ผู้ปกครองจะหามาให้กับลูกหลานได้ใช้ ส่วนจุดประสงค์เพื่อการศึกษาหรืออย่างอื่น เราก็สุดจะก้าวล่วง 

ปัญหาเด็กติดโทรศัพท์ จึงเป็นปัญหาระดับชาติ

  การบูรณาการเทคโนโลยีกับการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันของสถานศึกษา จึงมีรูปแบบการดำเนินการอย่างหลากหลาย ซึ่งหนึ่งในรูปแบบการจัดการเรียนที่สำคัญในยุคนี้ จึงน่าจะเป็น การเรียนรู้ผ่านเกม หรือ “เกมเพื่อการเรียนรู้ ” ซึ่งเป็นสื่อการเรียนรู้แบบหนึ่ง มีจุดประสงค์ที่ออกแบบมาเพื่อให้นักเรียน มีความสนุกสนานไป พร้อม ๆ กับการได้รับความรู้ โดยใช้เทคนิคการสอดแทรกเนื้อหาทั้งหมดของหลักสูตรเอาไว้ในเกม และใช้วิธีการให้ผู้เรียนลงมือเล่นเกม โดยผู้เรียนจะได้รับความรู้ต่าง ๆ ของหลักสูตรผ่านเทคโนโลยี

ด้านดิจิตอล มีเดีย ที่มีชื่อเรียกว่า ” Digital  Game-Based Learning” ซึ่งจะถือว่า เป็น e- Learning อีกรูปแบบหนึ่ง จะทำให้ผู้เรียน มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของผู้เรียนเอง บนพื้นฐานแนวคิดให้การเรียนรู้เป็นเรื่องที่สนุกสนาน มีงานวิจัยหลายชิ้น ที่สรุปข้อดีของการเล่นเกม เพื่อการเรียนรู้ สรุปเป็นภาพกว้างได้คือ เป็นสิ่งที่สามารถทำให้นักเรียนสนใจ และช่วยเหลือในเรื่องของการสื่อสาร ระหว่างกันของผู้เรียน และมีส่วนในการส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และพัฒนาในด้านการมีสมาธิจดจ่อ ช่วยเสริมสร้างความฉลาดของเด็กเพิ่มขึ้นที่ละน้อย ๆ ในส่วนของกระบวนการทางอารมณ์มีหลักฐาน บ่งชี้ว่าช่วยเสริมสร้างการควบคุมอารมณ์ให้กับนักเรียนด้วย และสุดท้ายมีผลในการส่งเสริมทักษะการเข้าสังคมได้เป็นอย่างดี

ประเด็นที่สถานศึกษาจะใช้  ” Game-Based Learning” ในห้องเรียนได้อย่างไร

จึงมีความพยายามของนักวิชาการหลาย ๆ แขนง ที่จะต้องเสาะแสวงหา เกมที่เหมาะสม และมีแอพ ประเภทเพื่อการศึกษาด้วย รวมทั้งผู้จะใช้เกม เพื่อการเรียนรู้ของนักเรียน ต้องเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในการใช้เกม อย่างทะลุปรุโปร่ง จึงจะสามารถสอดแทรกความรู้ เพื่อกระตุ้นนักเรียน ในการเรียนรู้ได้จริง และนี้เองจึงเป็นความพยายามของนักวิชาการศึกษาของประเทศไทย

  ที่อยู่ในช่วงกำลังตื่นตัวในเรื่องการใช้เทคโนโลยี มาช่วยทางด้านการศึกษาอย่างจริง ๆ จัง ๆ เพื่อจะตอบโจทย์ของสังคม ที่เฝ้ามองอนาคตของประเทศชาติ ผ่านบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญ ในการจัดการศึกษาที่สำคัญของชาติ ไม่ว่า จะเป็นผู้บุคลาการครู ที่จัดการเรียนตั้งแต่ ชั้นปฐมวัย จนถึง บุคลากรที่จัดการศึกษาขั้นอุดมศึกษา นั่นเอง

 

ขอขอบคุณบทความจากเว็บ แทงบอลออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 100

การกำหนด Scope Options

จะมีผลเฉพาะไคลเอนต์ที่มีไอพีแอดเดรสในสโคปที่กำหนดเท่านั้นจะไม่ครอบคลุมทั้งเครือข่าย เหมาะสำหรับใช้งานกับไคลเอนต์ในแต่ละเครือข่ายย่อยเช่น การกำหนดไอพีแอดเดรสของ Default Router เป็นต้น

ซึ่งในขั้นตอนการสร้างสโคปได้มีการกำหนดออพชันที่จะเป็นเรียบร้อยแล้ว ได้แก่Default Gateway, DNS Domain Name, DNS Servers และ WINS Server หากข้ามขั้นตอนนั้นไป หรือต้องการกำหนดออพชันเพิ่มเติมสามารถทำตามขั้นตอนและกำหนดค่าต่างๆ เหมือนกับ Server Options

  1. ไปที่ชื่อเซิร์ฟเวอร์ > IPv4 > สโคปที่สร้างไว้ จากนั้นคลิกขวาที่ [Scope Options] และเลือก Configure Options
  1. ปรากฏหน้าจอ Scope Options แท็บ General ในคอลัมน์ AvailableOptions จะแสดงออพชันต่างๆ ซึ่งเราสามารถดูการกำหนดค่าพื้นฐานได้เหมือนกับ Server Options Reserved client เป็นการกำหนดค่าพารามิเตอร์ให้เฉพาะไคลเอนต์ที่กำหนดไอพีแอดเดรสแบบ Reservation

ไปที่ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ IPv4 Scope Reservation จากนั้นคลิกขวาที่ไอพีแอดเดรสแบบ Reservation และเลือก Configure Options

ปรากฏหน้าจอ Reservation Options และมีออพชันต่างๆให้เรากำหนดได้ตามต้องการ

การเริ่มและหยุดบริการ DHCP

ในระบบเครือข่ายบางองค์กรอาจมี DHCP Server มากกว่าหนึ่งตัวถ้ามีปัญหาในการแจกจ่ายไอพีแอดเดรส และมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น เราจะต้องสั่งให้ DHCP Server หยุดการทำงาน ซึ่งตามปกติเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เป็น DHCP Server จะต้องเป็นเครื่อง Domain Controller หรือ Member Server ซึ่งใช้ฐานข้อมูล Active Directory ร่วมกัน ขั้นตอนการสั่งให้หยุดทำงานมีดังนี้

  1. ที่เครื่องมือ DHCP ให้คลิกเมาส์ขวาตรงชื่อเซิร์ฟเวอร์และเลือกคำสั่ง All Tasks  Stop เป็นการปิดบริการของ DHCP
  2. ที่เครื่องมือ DHCP ให้คลิกเมาส์ตรงชื่อเซิร์ฟเวอร์และเลือกคำสั่ง All Tasks Start เป็นการเริ่มบริการของ DHCP อีกครั้ง

การทำ DHCP Failover

Failover คือการป้องกันการเกิดระบบล่ม (Down Time) ในกรณีที่ DHCP Server เกิดล่ม (Down) ขึ้นมาจะทำให้ไม่สามารถแจกหมายเลขไอพีแอดเดรสให้เครื่องไคลเอนต์ได้ ส่งผลให้เครื่องไคลเอนต์เข้าระบบไม่ได้ ระบบ DHCP Failover จึงใช้เซิร์ฟเวอร์ 2ตัว โดยที่เซิร์ฟเวอร์ตัวแรก (Active Server) จะเป็นตัวทำงานตามปกติ

เซิร์ฟเวอร์ตัวที่สอง (Backup Server) มีหน้าที่ Stand by ไว้หากเซิร์ฟเวอร์ตัวแรกมีปัญหา จะสั่งการให้เซิร์ฟเวอร์ตัวที่สองทำงานทันที

การสอบถามข้อมูล DNS

การร้องขอสอบถามข้อมูลไปยัง DNS Server เพื่อสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลที่เก็บอยู่ในเรคอร์ด หรือเรียกว่า Query จะมีอยู่ 3 แบบด้วยกันคือ Recursive, Iterative และ Inverse

Recursive เป็นการร้องขอระหว่างเครื่องไคลเอนต์และ Name Server ในโดเมน เช่น ไคลเอนต์ต้องการทราบหมายเลขไอพีแอดเดรสของเว็บไซต์ mcot.co.th ก็จะส่งการร้องขอมายังเครื่อง Name Server ที่อยู่ในโดเมนเดียวกัน เครื่อง Name Server จะค้นหาข้อมูลภายในโดเมนแล้วตอบกลับไปยังไคลเอนต์ ซึ่งถ้ไม่มีข้อมูลนั้นหรือไม่มีชื่อโฮสต์นั้นอยู่ ก็จะตอบกลับเป็น Error message ให้ทราบ แต่ว่า Name Server เครื่องนี้ยังสามารถจะส่งการร้องขอแบบ Iterative ไปยัง Name Server เครื่องอื่นได้เช่นกัน

Iterative เป็นการสอบถามเรคอร์ดหรือคิวรีข้อมูลระหว่างเครื่อง Name Server ภายในโดเมนกับ Name Server ภายนอกบนอินเทอร์เน็ต เช่น Root Name Server, .Com DNS Server ตัวอย่าง เช่น กรณีที่ไคลเอนต์สอบถามไอพีแอดเดรสของเว็บไซต์ bandhit.com จะส่งการร้องขอมายังเครื่อง Name Server ที่อยู่ในโดเมนเดียวกัน เมื่อ Name Server ค้นหาข้อมูลภายในโดเมนไม่พบ ก็จะร้องขอไปยัง Root Name Server เพื่อให้ช่วยค้นหาต่อไป

Inverse เป็นการร้องขอชื่อโดเมน หรือโฮสต์ของเลขไอพีแอดเดรสนั้นๆ เครื่อง Name Server จะต้องสร้างเรคอร์ด PTR (Pointer to Resource Record) สำหรับแมป (จับคู่) จากไอพีแอดเดรสให้เป็นชื่อโฮสต์ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ระบบเน็ตเวิร์ก หรือระบบความปลอดภัย ตัวอย่างการเขียนเรคอร์ด PTR คือ

1.1.168.192.in – addr.arpa.  IN PTR goldgear99.thaibusiness.com.

จะเห็นว่าการร้องขอแบบ Inverse จะทำงานตรงข้ามกับแบบ Recursive และ Iterative

 

การทำงานข้อมูลของ DNS

  1. เมื่อเครื่องไคลเอนต์เปิดเว็บชื่อโดเมน www.bandhit.com DNS Client จะส่งการร้องขอไอพีแอดเดรสไปยัง Local DNS Server บนโดเมน (ในที่นี้ คือ Patumwan.org แต่ถ้าเป็นเครื่องทั่วไปที่อยู่ในโดเมนก็จะส่งไปยัง DNS Server ของ ISP ที่ใช้บริการเชื่อมต่ออยู่) ซึ่งเป็นการร้องขอแบบรีเคอร์ซีฟ (Recursive)
  2. Local DNS Server จะสืบค้นข้อมูลในแคชและโซน (ฐานข้อมูลที่จัดเก็บ DNS ในเครือข่าย) เพื่อหาคำตอบ หากไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์นี้ และไม่มีอำนาจจัดการโดเมน bandhit.com จึงส่งการร้องขอไปยัง Root Name Server (เป็นการร้องขอแบบ Iterative) ซึ่งเป็นเครื่อง Name Server ระดับบนสุดของอินเทอร์เน็ตมีอยู่ 13 เครื่องครอบคลุมทั่วโลก ในเอเชียจะอยู่ที่โตเกียว
  3. Root Name Server บนอินเทอร์เน็ต (จะเก็บไอพีแอดเดรสของเครื่อง TLD DNS Server ซึ่งจัดเก็บข้อมูลของโดเมนประเภทต่างๆ ) ไม่มีคำตอบ จะส่งหมายเลขไอพีแอดเดรสของเครื่อง TLD DNS Server .Com ตอบกลับไปให้ Local DNS Server