Lamborghini กับวัวกระทิง

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมรถสปอร์ตถึงมีราคาที่แพงกว่ารถยนต์ปกติทั่วไป  แน่นอนว่าที่นี่ทำให้รถสปอร์ตมีราคาแพงมากกว่า  ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์แรงม้าต่างๆที่มีความแรงกว่าการผลิตรูปแบบรูปทรง Safety และส่วนประกอบอื่นๆอีกมากมาย 

ที่มีความสำคัญที่ทำให้รถสปอร์ตนั้นมีราคาที่สูงกว่ารถยนต์อื่นๆแต่ถึงอย่างไรก็ตาม  ต่อให้จะแพงแค่ไหนถามผู้ที่รักรถสปอร์ตจริงๆก็พร้อมที่จะลงทุนกับมันแต่สำหรับเราๆแล้ว รถสปอร์ตก็คงจะต้องเก็บไว้เป็นรถในฝันต่อไป 

ถึงแม้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเรานั้น  มันจะมีมากมายจนไม่สามารถที่จะศึกษามันได้หมดแต่ผู้คนนั้นก็ไม่ได้สนใจที่จะศึกษาเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ทั้งหมดหรอกนะ

  ส่วนมากแล้วพวกคนต่างก็สนใจและอยากที่จะศึกษาเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตัวเองทั้งสิ้น  ซึ่งในวันนี้มันก็คงจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับใครหลายคนไม่น้อยเลยทีเดียว  เพราะว่าเรื่องราวที่เราจะพูดถึงมันเกี่ยวข้องกับรถสปอร์ตที่ชื่อว่าลัมโบกินี่  ที่เป็นรถในฝันของใครหลายๆคน 

เมื่อพูดถึงลัมโบกินี่นอกจากดีไซน์ของตัวรถอันโดดเด่นแล้วหลายคน  ก็น่าจะได้เห็นโลโก้วัวกระทิง ซึ่งที่มาของการใช้โลโก้วัวกระทิงนี้  เกิดจากการที่นาย Ferruccio Lamborghini เกิดในราศีพฤษภ และตัวเขาก็ชื่นชอบกีฬาสู้วัวกระทิงเป็นอย่างมาก  อีกทั้งยังเป็นสัตว์ที่ทรงพลังเช่นเดียวกับรถที่เขาสร้างสรรค์ สิ่งใดทำให้เขาว่าวัวกระทิงมาใช้เป็นโลโก้ 

แต่เท่านั้นยังไม่พอยังมีการตั้งชื่อรถในโมเดลต่างๆตามสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้วัวกระทิงในสเปนไม่ว่าจะเป็นชื่อของวัวกระทิงสายพันธุ์  หรือแม้แต่ชื่อเมืองที่ใช้ในการแข่งขันกีฬานี้ แน่นอนใครจะไปนึกว่าโลโก้ที่ทาง Ferruccio Lamborghini นำมาใช้นั้น  จะมีความหมายลึกซึ้งมากมายขนาดนี้ แน่นอนว่าอย่างที่ทุกคนก็รู้กันดีว่า Lamborghini นั้น

เป็นรถสปอร์ตที่ใครหลายคนก็ต่างอยากที่จะครอบครอง  มันอยากเป็นเจ้าของมันแต่แน่นอนว่า เนื่องจากราคาของรถลัมโบกินี่ มันก็ทำให้ใครหลายๆคนเก็บลัมโบกินี่เอาไว้เป็นเพียงรถในฝันเท่านั้นเพราะว่าในบางครั้งเรา ก็ไม่มีทุนทรัพย์มากพอที่จะไปซื้อรถสปอร์ตมาขับแม้แต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมอื่นๆ

ก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆนับประสาอะไรกับรถยนต์ให้หน่อยว่ากว่าที่รถยนต์จะไม่มีรูปร่างหน้าตาแบบนี้นั้นในอดีตที่ผ่านมาทุกคนก็รู้กันดีว่ารถยนต์เริ่มสร้างขึ้นมาจากอะไรพูดได้เลยว่าในยุคปัจจุบันนี้รถยนต์ หรือว่ารถสปอร์ตก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยี  ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเพราะว่าการที่เราได้ศึกษาเรื่องราวของกลไกต่างๆมากมาย  ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์พวกนี้นั้นมันทำให้เราได้เรียนรู้ในสิ่งที่เราไม่เคยได้รับรู้มาก่อน 

 

สนับสนุนโดย.  สล็อต ufabet เว็บตรง

ผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ต ในปี 2564

       หากพูดถึงเรื่องของการใช้งานอินเตอร์เน็ต ช่วงอายุที่เราคิดว่าจะมีการเข้าไปใช้งานอินเตอร์เน็ตมากที่สุด หลายคนอาจจะมีการทายว่าเป็นคนช่วงวัยทำงาน เพราะต้องทำงานหน้าคอมฯอยู่ตลอดเวลา และหลายคนก็อาจจะมีการทายว่าเป็นช่วงอายุสำหรับวัยเรียน เพราะถ้าหากเป็นการสำรวจการใช้งานอินเตอร์เน็ตก่อนที่จะมีการระบาดของไวรัสโควิดแล้วล่ะก็ วัยทำงานจะมีโอกาสจับคอมฯมากกว่าวัยเรียน  

       สาเหตุนั้นมาจากเด็กนักเรียนต้องไปเรียนหนังสือที่โรงเรียน การเปิดเรียนวิชาคอมนั้น อาทิตย์หนึ่งอาจจะเรียนได้ไม่กี่ชั่วโมง ในขณะเดียวกันเมื่อกลับมาบ้าน

ในช่วงเย็นหรือวันหยุด เด็กส่วนใหญ่ตอ้งทำการบ้าน ต้องมีกิจกรรมอื่นอื่นทำ หรือบางคนต้องเรียนพิเศษ ดังนั้นโอกาสที่จะเข้าไปใช้งานอินเตอร์เน็ต หรือจับคอมฯหรือเล่นมือถือนั้นค่อนข้างมีนอ้ยมากเลยทีเดียว ดังนั้น เราอาจกล่าวได้ว่า ก่อนโควิด-19  ระบาดกลุ่มวัยทำงานคือกลุ่มที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตมากสุด 

      อย่างไรก็ตามเมื่อมีการระบาดของไวรัสโควิดเข้ามา ผู้คนเริ่มทำงานแบบเวิร์ค ฟอร์ม โฮม มีการใช้งานอินเตอร์เน็ตเยอะขึ้น มีการช็อปปิ้งออนไลน์กันมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันไม่ใช่เพียงแค่วัยทำงานเท่านั้นที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตช่วงโควิดระบาด เพราะเด็กนักเรียน หรือกลุ่มวัย GEN Z เองก็ต้องใช้งานอินเตอร์เน็ตมากเช่นเดียวกัน หรือเราอาจจะกล่าวได้ว่าตั้งแต่โควิดระบาดกลุ่ม GEN Z แทบจะอยู่กับอินเตอร์เน็ตเลยก็ว่าได้

        สาเหตุนั้นมากจากที่พวกเขาต้องเรียนหนังสือแบบออนไลน์ ต้องหาข้อมูลทำการบ้านผ่านอินเตอร์เน็ต และเมื่อถึงเวลาพักผ่อนก็มีการเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ซึ่งต้องใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตทั้งสิ้น กลายมาเป็นว่ากลุ่ม GEN Y มีการใช้งานอินเตอร์มากกว่าวัยทำงานในช่วงการระบาดของไวรัสโควิดเลยทีเดียว

        ได้มีการสำรวจออกมาแล้วว่าในปี พ.ศ. 2564   กลุ่มที่ใช้งานอินเตอร์เน็ต มียอดการใช้งานในแต่ละวันมากที่สุดคือ กลุ่ม GEN Z   ซึ่งมีจำนวนการใช้งานอินเตอร์เน็ตวันละ 12.50  ชั่วโมงเลยที่เดียว ในขณะที่รองลงมาก็คือ กลุ่ม GEN Y  ซึ่งกลุ่มนี้มีการใช้งานอินเตอร์เน็ตวันละ 11.52  ชั่วโมง และจากนั้นก็เป็น GEN X และตามด้วย Baby Boomer  ซึ่งมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 9.12  และ 6.21 ชั่วโมงต่อวันตามลำดับ 

       สำหรับข้อมุลนี้เป็นเพียงสถิติของปี 2564 เท่านั้นซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าในปี พ.ศ.2565  ถ้าหากสถานการณ์ของการระบาดของไวรัสโควิดยังไม่ดีขึ้น เด็กนักเรียนยังต้องเรียนออนไลน์เหมือนเดิม เชื่อได้เลยว่ากลุ่ม GEN Z จะยังเป็นกลุ่มที่รักษาสถิติการใช้งานอินเตอร์ต่อวันเยอะเหมือนเดิมอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้ายูฟ่าสล็อต