ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับด้านคอมพิวเตอร์

 

สาเหตุที่ทำให้คอมพิวเตอร์ช้า วินโดวส์พังหลายคนอาจสงสัยว่าทำไมตอนซื้อคอมพิวเตอร์มาตอนแรกคอมพิวเตอร์ถึงทำงานได้อย่างรวดเร็ว แต่พอใช้งานไปสักพัก

คอมพิวเตอร์เริ่มเปลี่ยนไปไม่ค่อยเหมือนเดิม เหมือนกับวลีที่กล่าวไว้ว่าสามวันจากนารีเป็นอื่น เพราะคอมพิวเตอร์ตอนนี้ทำอะไรก็ดูแย่ไปหมดไม่ว่าจะเป็นตอนบูตเครื่องก็ช้า

เปิดโปรแกรมก็ช้านอกจากนี้แล้วเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด คอมพิวเตอร์ปรากฏหน้าจอสีฟ้ามีโค้ดเป็นแถวยาวๆ บ่งบอกให้รู้ว่ามีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นแล้วและที่สำคัญบูตเครื่องเข้าวินโดวส์ไม่ได้ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยๆ กับ คอมพิวเตอร์โดยสาเหตุของปัญหาอาจจะเกิดจากฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์เอง

สรุปได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

ปัญหาทางด้านฮาร์ดแวร์ และปัญหาทางด้านซอฟต์แวร์ดังนั้นการวางแผนซ่อมบำรุงดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ (Computer Maintenance)จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยตรวจเช็ก ซ่อมบำรุง ดูแลรักษาและแก้ไขปัญหาส่วนต่างๆของคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

 

ปัญหาคอมพิวเตอร์ทางด้านฮาร์ดแวร์

สำหรับฮาร์ดแวร์หลักๆที่มันเป็นสาเหตุทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานผิดปกติก็ประกอบไปด้วย เมนบอร์ด ซีพียูแรม ฮาร์ดดิสก์ และการ์ดจอ เป็นต้น ซึ่งปัญหาทางด้านฮาร์ดแวร์
และการตรวจเช็ก

 

แก้ไขปัญหาจะมีรายละเอียดดังนี้

คอมพิวเตอร์รีสตาร์ทบ่อยเมื่อคอมพิวเตอร์มีปัญหา หรือมีอาการรีสตาร์ทบ่อยๆ ไม่รู้เป็นอะไรฮาร์ดแวร์ทุกอย่างทำงานเป็นปกติ แต่พอสักพักไม่เกิน 1 นาที
เมื่อคอมพิวเตอร์กำลังบูตเข้าหน้าวินโดวส์คอมพิวเตอร์กลับรีสตาร์ทตัวเองแล้วเริ่มนับหนึ่งใหม่หรือบางครั้งหลังจากโหลดหน้าวินโดวส์เสร็จแล้ว กำลังใช้งานโปรแกรม
คอมพิวเตอร์กลับรีสตาร์ทตัวเอง เป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ

คำถามคือปัญหาหรืออาการนี้มักเกิดจากสาเหตุอะไร

สำหรับปัญหานี้มักเกิดจากตัวคาปาซิเตอร์บนเมนบอร์ดรั่ว หรือทะลุและแรมเกิดความเสียหาย หรือหน้าสัมผัสสกปรก เพราะเมื่อไรที่คุณเจอปัญหานี้อย่างแรกคุณต้องตรวจเช็กเมนบอร์ด และแรม โดยสังเกตคาปาซิเตอร์ที่อยู่ใกล้ๆเมนบอร์ดว่ามีรอยรั่ว หรือทะลุหรือไม่ ถ้าหากมีก็ต้องรีบเปลี่ยนคาปาซิเตอร์หรือไม่ก็เปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

แต่ก็ต้องเลือกเมนบอร์ดที่สนับสนุนการทำงานของซีพียู กับแรมตัวเก่าด้วยส่วนแรมให้ตรวจเช็กด้วยเครื่องมือ Memory Diagnostics Toolและให้ทำความสะอาดหน้าสัมผัส หรือขาทองแดงแรมด้วยการใช้ยางลบหรือสเปรย์ทำความสะอาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์