ประเทศฝรั่งเศสและประเทศเยอรมนี ตั้งกองทุนฟื้นฟู สู้ภัยโควิด19

ประเทศฝรั่งเศสและประเทศเยอรมนี ตั้งกองทุนฟื้นฟู สู้ภัยโควิด19

จากเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีของเยอรมนี้ได้มีการหารือกันผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ และได้แถลงข่าวประกาศข้อริเริ่ม ระหว่างทั้งสองประเทศเพื่อร่วมมือกันฟื้นฟูเศรษฐกิจ อย่างยั่งยืนและส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอียูหลังจากที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด 19 ซึ่งแผนฟื้นฟูนั้นจะประกอบไปด้วย 4 ข้อหลักได้แก่

1. การตั้งกองทุนเศรษฐกิจ จำนวน 5 แสนล้านยูโร เพื่อเป็นการสบทบทุนงบประมาณอียู โดยจะมีการผลักดันให้ คมธ. ยุโรปเป็นผู้กู้ยืมเงินในนามของอียู และจะมีการอัดฉีดเงินช่วยเหลือกิจการสาขาที่ได้รับผลกระทบมากี่สุดและพื้นที่ต่างๆในยุโรป

  1. การดำเนินการด้านสาธารณสุขระดับอียู อาทิ การมีสต๊อกอุปกรณ์ทางการแพทย์ร่วมกัน และการสั่งซื้อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยาและวัคซีนร่วมกัน และการเตรียมมาตรการต่างๆ ทางสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 และเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อ
  2. ด้านสิ่งแวดล้อมและด้านดิจิตอล ต้องมีการคำนึงถึงประเด็นและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อมตามความหลากหลายทางชีวิภาพในการดำเนินการมาตรการต่างๆ เพื่อรับมือวิกฤติโควิด19 รวมทั้งยังต่อมีการเร่งดำเนินการให้สามรถบรรลุเป้าหมายข้อตกลง Green Deal และเร่งให้มีเครือข่าย 5G ในยุโรป พร้อมกับการมีโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีที่สามารถเสริมสร้างความมั่นคงต่างๆได้ 
  3. การเสริมสร้างอธิปไตยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของอียู เพื่อลดภาวะพึ่งพาต่างประเทศ เกี่ยวกับสินค้ายุทธศาสต์ต่างๆ อาทิยา โดยจะต้องเพิ่มการปกป้องกิจการเอกชนอียูจากการลงทุนแบบหวังแต่ผลกำไร ย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมสำคัญกลับมายังอียู โดยเฉพาะแบตเตอรี่ และสามารถที่จะสนับสนุนภาคเอกชนอียูในสาขาที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ให้สามารถแข่งขันบนโลกใบนี้ได้อีก

ซึ่งขณะการที่มีการปิดพรมแดนภายในและภายนอกอียูนั้น ทางประธานาธิบฝรั่งเศสได้ระบุว่าฝรั่งเศสเองได้มีการปฏิบัติตามคำแนะนำของคณะกรรมมาธิการยุโรปในการปิดพรมแดน จนถึงวันที่ 15 มิ.ย. ซึ่งจะต้องพิจารณาพัฒนาการของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ภายในอียูและทั่วโลกหลังจากนี้ด้วยว่าจะยังคงมีความจำเป็นต้องปิดพรมแดนต่อบุคคลนอกอียูออกไปอีกหรือไม่ โดยสำหรับพื้นที่เขตเช้งเก้นนั้น ทางฝรั่งเศสจะพิจาณาบังคับใช้มาตรการแบบต่างตอนแทนเป็นรายประเทศ

อาทิ กรณีเสปน กำหนดให้กักตัวผู้เดินทางเข้าประเทศ ซึ่งทางประเทศฝรั่งเศสก็จะมีการกำหนดให้มีการกักตัวเช่นกัน หรือในกรณีที่อิตาลีไม่ได้มีการบังคับให้มีการกักตัวนั้น ทางประเทศฝรั่งเศสก็จะดำเนินการเช่นกันเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่ามิใช่การแก้ปัญที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ติดต่อ ufabet