ป้ายกำกับ: สาระน่ารู้

เราจะบอกวิธีในการชาร์จแบตที่ทำร้ายโทรศัพท์

เรานั้นเชื่อว่าหลายคนนั้นชาร์จแบตโทรศัพท์ของเราเองนั้นผิดวิธีและทำให้โทรศัพท์ของเราเองนั้นเสียซึ่งจะเป็นการทำร้ายโทรศัพท์ของตัวเองแบบว่าทีระนิดไปจนเป็นการทำร้ายโทรศัพท์อย่างถาวรในเมื่อเรานั้นใช้งานโทรศัพท์เป็นอย่างหนักมากในแต่ละวันเพราะว่าเดียวนี้ไม่ว่าใครนั้นก็ต่างมีโทรศัพท์ที่ต้องเป็นเรื่องความจำเป็นกับทุกๆคนโทรศัพท์นั้นมีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันอย่างมากและเมื่อเรานั้นต้องใช้งานในแต่ละคนนั้นออกไปแต่พอเมื่อถึงเวลาที่เรานั้นต้องชาร์จแบตนั้นแต่ละคนนั้นใช้งานในการที่ชาร์จแตกต่างออกเพราะว่าการชาร์จนั้นต้องชาร์จให้ถูกวิธีเพื่อที่จะได้ใช้งานได้นานและเป็นการที่ถนอมเครื่องที่เรานั้นใช้ด้วย

ซึ่งในนี้เราจะบอกวิธีในการชาร์จแบตที่ไม่ถูกและควรที่จะปรับเปลี่ยนวิธีใหม่และนิสัยในการชาร์จ

ชาร์จจนเต็ม 100 เปอร์เซนต์  การชาร์จโทรศัพท์จนเต็มร้อยนั้นจริงแล้วไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นเพราะว่าหลายๆคนนั้นจะคิดว่าการที่เรานั้นชาร์จเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นจะดีจะทำให้แบตตารี่เรานั้นไม่เสื่อมคุณภาพ แต่เดียวก่อนคือว่าการที่เรานั้นชาร์จแบตแบบนี้จะทำให้โทรศัพท์นั้นไม่ใช่เรื่องดีเลยแต่กลับชาร์จแบตแบว่าชาร์จบ่อยดีกว่าในการชาร์จจะต้องอยู่ในช่วง 30/80 เปอร์เซนต์ซึ่งถือว่าใช้ได้เพราะว่าในระดับแบตตารี่ขนาดนี้โทรศัพท์จะทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพดังนั้นการที่เรานั้นชาร์จแบตแบบว่าโดยการที่ชาร์จแบบทิ้งไว้ทั้งคืนนั้นไม่ใช่เรื่องดีแต่ถ้าเรานั้นชาร์จแบบว่าบ่อยนั้นกลับเป็นเรื่องที่ดี

คุณปล่อยให้โทรศัพท์แบตหมด  ในการที่เรานั้นใช้โทรศัพท์แบบว่าใช้ให้แบตหมดไปเลยนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีการที่เราใช้งานแบบนี้จะทำให้โทรศัพท์นั้นแบตตารี่นั้นค่อยๆเสื่อมลงไปเรื่อยๆดังนั้นเราต้องพยายามที่จะหลีกเลี่ยงในการที่เรานั้นใช้แบตตารี่ต่ำ

นำโทรศัพท์ไปวางไว้ตรงที่มีความร้อน  อย่างเช่นการที่เรานั้นเอาโทรศัพท์ไปวางไว้บนหลังตู้เย็นนั้นไม่ดีอย่างแน่นอนเพราะว่าบนหลังตู้เย็นนั้นมีความร้อนสูงจะทำให้โทรศัพท์ของเรานั้นต้องทำงานอย่างหนักแต่ถ้าเรานั้นไปวางไว้ที่อากาศเย็นมากนั้นก็ไม่ดีเพราะว่าเย็นเกินไป การที่เรานั้นต้องวางโทรในระหว่างที่อุณภูที่เหมาะสมนั้นคือ 32 ถึง 95 องศาฟาเรนไฮต์

ใช้สายชาร์จแบบไร้สายมากเกินไป แน่นอนว่าการชาร์จแบบไร้สายนั้นเป็นเรื่องที่สะดวกสบายอย่างมากแต่ถ้าจะให้ดีนั้นเราควรที่ชาร์จแบตแบบมีสายจะดีกว่า

ชาร์จทั้งๆที่มีเคส   เราเชื่อว่าหลายคนนั้นชาร์จแบตแบบที่ยังมีเคสเพราะว่าการที่เรานั้นใส่เคสแล้วชาร์จแบตด้วยนั้นจะทำให้โทรศัพท์นั้นร้อนมากเช่นกันทางที่ดีคือถอดออก

 

 

ขอบคุณ เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100 สำหรับเรื่องราวที่ให้นำมาเสนอ 

การสอบถามข้อมูล DNS

การร้องขอสอบถามข้อมูลไปยัง DNS Server เพื่อสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลที่เก็บอยู่ในเรคอร์ด หรือเรียกว่า Query จะมีอยู่ 3 แบบด้วยกันคือ Recursive, Iterative และ Inverse

Recursive เป็นการร้องขอระหว่างเครื่องไคลเอนต์และ Name Server ในโดเมน เช่น ไคลเอนต์ต้องการทราบหมายเลขไอพีแอดเดรสของเว็บไซต์ mcot.co.th ก็จะส่งการร้องขอมายังเครื่อง Name Server ที่อยู่ในโดเมนเดียวกัน เครื่อง Name Server จะค้นหาข้อมูลภายในโดเมนแล้วตอบกลับไปยังไคลเอนต์ ซึ่งถ้ไม่มีข้อมูลนั้นหรือไม่มีชื่อโฮสต์นั้นอยู่ ก็จะตอบกลับเป็น Error message ให้ทราบ แต่ว่า Name Server เครื่องนี้ยังสามารถจะส่งการร้องขอแบบ Iterative ไปยัง Name Server เครื่องอื่นได้เช่นกัน

Iterative เป็นการสอบถามเรคอร์ดหรือคิวรีข้อมูลระหว่างเครื่อง Name Server ภายในโดเมนกับ Name Server ภายนอกบนอินเทอร์เน็ต เช่น Root Name Server, .Com DNS Server ตัวอย่าง เช่น กรณีที่ไคลเอนต์สอบถามไอพีแอดเดรสของเว็บไซต์ bandhit.com จะส่งการร้องขอมายังเครื่อง Name Server ที่อยู่ในโดเมนเดียวกัน เมื่อ Name Server ค้นหาข้อมูลภายในโดเมนไม่พบ ก็จะร้องขอไปยัง Root Name Server เพื่อให้ช่วยค้นหาต่อไป

Inverse เป็นการร้องขอชื่อโดเมน หรือโฮสต์ของเลขไอพีแอดเดรสนั้นๆ เครื่อง Name Server จะต้องสร้างเรคอร์ด PTR (Pointer to Resource Record) สำหรับแมป (จับคู่) จากไอพีแอดเดรสให้เป็นชื่อโฮสต์ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ระบบเน็ตเวิร์ก หรือระบบความปลอดภัย ตัวอย่างการเขียนเรคอร์ด PTR คือ

1.1.168.192.in – addr.arpa.  IN PTR goldgear99.thaibusiness.com.

จะเห็นว่าการร้องขอแบบ Inverse จะทำงานตรงข้ามกับแบบ Recursive และ Iterative

 

การทำงานข้อมูลของ DNS

  1. เมื่อเครื่องไคลเอนต์เปิดเว็บชื่อโดเมน www.bandhit.com DNS Client จะส่งการร้องขอไอพีแอดเดรสไปยัง Local DNS Server บนโดเมน (ในที่นี้ คือ Patumwan.org แต่ถ้าเป็นเครื่องทั่วไปที่อยู่ในโดเมนก็จะส่งไปยัง DNS Server ของ ISP ที่ใช้บริการเชื่อมต่ออยู่) ซึ่งเป็นการร้องขอแบบรีเคอร์ซีฟ (Recursive)
  2. Local DNS Server จะสืบค้นข้อมูลในแคชและโซน (ฐานข้อมูลที่จัดเก็บ DNS ในเครือข่าย) เพื่อหาคำตอบ หากไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์นี้ และไม่มีอำนาจจัดการโดเมน bandhit.com จึงส่งการร้องขอไปยัง Root Name Server (เป็นการร้องขอแบบ Iterative) ซึ่งเป็นเครื่อง Name Server ระดับบนสุดของอินเทอร์เน็ตมีอยู่ 13 เครื่องครอบคลุมทั่วโลก ในเอเชียจะอยู่ที่โตเกียว
  3. Root Name Server บนอินเทอร์เน็ต (จะเก็บไอพีแอดเดรสของเครื่อง TLD DNS Server ซึ่งจัดเก็บข้อมูลของโดเมนประเภทต่างๆ ) ไม่มีคำตอบ จะส่งหมายเลขไอพีแอดเดรสของเครื่อง TLD DNS Server .Com ตอบกลับไปให้ Local DNS Server